ภาพยนตร์พล็อตสุดแปลกแหวกแนวเรื่องนี้เล่าถึงโลกอนาคตที่ 'คนโสด' นั้นผิดกฏหมาย เมื่อโสดก็จะถูกพาไปยังสถานที่ที่เรียกว่า 'The Hotel' แล้วใช้ชีวิตที่นั่นเพียง 45 วันในการหาคู่เพราะไม่งั้นก็จะถูกทำให้กลายเป็นสัตว์อะไรก็ได้ตามที่ตนต้องการ

หนังแนวๆโลกดิสโทเปียไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ เพียงแค่เรื่องนี้อยู่ในสเกลที่เล็กกว่าแต่รู้สึกว่ามันจับต้องได้และมันใกล้ตัวมาก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมธรรมดาทั่วไปที่ดูปกติเหมือนนอกจอภาพยนตร์เพียงแต่ว่ากฏเกณฑ์มันไร้ที่ยืนสำหรับคนไร้คู่ ถ้าหนีก็โดนไล่ล่าจากเหล่าคนโสดอีกทีเพื่อเอาไว้ใช้ต่อยอดวันในการพักอาศัยอยู่ที่ 'The Hotel'  ในตลอดครึ่งแรกที่อยู่ในโรงแรมเราจะเจอกับสารพัดวิธีที่ดูแปลกประหลาดชวนเหวอมากสำหรับที่นี่ ไม่ว่าจะสอนข้อดีของการมีคู่ ข้อเสียของการอยู่คนเดียว ห้ามให้คนโสดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขตคนมีคู่ คนมีคู่พบรักจะถูกย้ายไปห้องเตียงคู่ก่อนที่จะถูกให้อยู่บนเรือยอช์น 15 วันก่อนส่งกลับเข้าเมือง ที่ทรมาณจิตที่สุดคงเป็นเรื่องการช่วยตัวเองเพื่อสำเร็จความไคร่ เป็นสิ่งต้องห้ามอย่างมากสำหรับที่นี่ มันเลยดูเป็นการริดรอนเสรีภาพส่วนบุคคลในการที่จะหาความสุขให้กับตัวเอง การลงโทษในเคสนี้จึงเป็นอะไรที่รู้สึกทรมานลึกๆ ในขณะเดียวกันก็ให้ฟีลที่โคตรเหงา และ โหยหาคู่ของมนุษย์เราที่อยู่ในสภาวะจำยอมในนาฬิกาทรายชีวิตที่ค่อยๆ กัดกร่อนร่างของพวกเขาให้กลายเป็นสัตว์ไปทีละนิด 

 


ตลอดที่อยู่ที่ The Hotel หนังจะพาเราพบกับเหล่าบรรดาคนโสดมากมาย ไม่ว่าจะ หนุ่มโสดขากระเผลก ที่จะทำทุกวิธีทางเพื่อให้มีคู่ให้ได้ ,หญิงโสดใจเหี้ยมหัวรุนแรง,หญิงโสดผู้มีเลือดกำเดาไหลเป็นช่วงๆ , หนุ่มอ้วนพูดไม่ค่อยชัด , หญิงโสดหน้าแก่ผู้รักการทานคุกกี้ เป็นต้น พวกเขาเหล่านี้ต่างเป็นตัวแทนของมนุษย์ผู้น่าสงสาร(โดนเมินไม่มีใครเอา) มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัว(หลอกไว้ก่อนขอให้ตัวเองรอด) มนุษย์ที่ปลงในชะตากรรม(พร้อมที่จะรับมือกับผล) มนุษย์ไร้หัวใจ(ใครจะเป็นยังไงก็ช่าง) แต่ความเป็นมนุษย์ทั้งหมดทั้งมวลมันคือสันดานของมนุษย์ที่มีกันอยู่ทุกคน แต่เรื่องนำเสนอเป็นบุคคลไป และทุกคนก็ได้ถูกริดรอนไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่ เพื่อเป็นแหล่งการหาคู่แบบไม่เต็มใจ ตีสองหน้าใส่หน้ากากเข้าหากัน ไม่ได้มีความจริงใจอย่างแท้จริงเพียงแค่ต้องการให้หลุดพ้นจากฝั่งคนโสด เพื่อก้าวขึ้นมาอีกระดับแล้วทิ้งคนที่เสแสร้งเป็นเพื่อนก่อนหน้านี้ไว้เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี ตรงส่วนนี้เองทำให้เราได้เห็นสภาพจิตใจต่างๆของตัวละครได้อย่างหลากหลายความรู้สึก ทั้งตลกร้าย น่ากลัวและขนลุก จนกระทั่งเมื่อพระเอกของเราเลือกที่จะเลือกอิสระให้ตัวเองด้วยการ หนีออกมา เข้า กลุ่มคนโสดหัวขบฏ

 


ช่วงครึ่งหลังเองหนังจะพาเราไปพบกับกลุ่มคนโสดผู้หลบหนี ที่มีผู้นำกลุ่มเป็นสาวหัวขบฏ เชื่อในความโสด ไม่ศรัทธาในความรัก การมีความรักสำหรับที่นี่ก็จึงเป็นเรื่องต้องห้าม อาจจะรู้สึกโหดร้าย อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลายเป็นสัตว์ แค่ต้องมีทักษะการเอาตัวรอด จาก The Hotel ที่ใช้คนโสดล่าคนโสดเป็นทางเลือกเดียวของพวกเขา ผู้นำทั้งสองกลุ่มต่างมีความเย็นชากันไปคนละแบบที่ใช้ในการกดขี่ข่มเหง

เจ้าของโรงแรม เป็นคนที่ไม่สนจิตใจผู้ใดนอกจากสั่งให้ทำตามกฏเกณ์ ลงโทษด้วยความทารุณ ยัดเยียดการมีคู่ให้ผู้อื่นด้วยเวลาอันจำกัด 

ผู้นำคนโสด ให้อิสระกับผู้อื่น แต่ห้ามให้ผู้อื่นมีความรักเด็ดขาด เพราะการลงโทษรุนแรนและน่ากลัวพอๆกัน และ ยัดเยียดความเดียวดายให้ผู้อื่น

มันสื่อถึงการปกครองที่ไม่ว่าที่ไหนๆ มันก็มีข้อดีและข้อเสียไปซะหมดอยู่ ไม่มีสิ่งใดดี และ ไม่มีสิ่งใดแย่ไปเสียทั้งหมด อยู่ที่การเลือกตัดสินด้วยมุมมองของตัวเอง 

 

 

ความโรแม๊นซ์ของคู่พระ-นางก็เป็นคู่รักที่ดูมีความจริงใจและรักกันจริงตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรก คู่เดียวในเรื่อง ที่ดูแล้วมีความสุข เอาใจช่วยเชียร์คู่นี้ ถ้าไม่นับเหล่าผู้คนในเมือง ทั้งคู่ดึงดูดเข้าหากันตั้งแต่แรกพบสบตา ยอมช่วยเหลือกันในเรื่องที่ตนต้องการ พระเอกจับกระต่ายให้นางเอก นางเอกช่วยทาขี้ผึ้งให้ตรงส่วนที่แขนพระเอกเอื้อมไม่ถึงที่หลังของเขา พวกเขาได้พบรักที่แท้จริงจากกลุ่มคนโสดที่ห้ามมีความรัก ช่วงนี้จะชอบโมเม้นการจีบกันของตัวละครมาก เช่น การหาของที่ชอบมาให้ , ใช้จังหวะที่เข้าเมืองตีเนียนเป็นคู่กันจริงๆ , การใช้ภาษากายเพื่อสื่อสารแทนคำพูดกันเพื่อไม่ให้ผู้นำนั้นจับได้ มันเต็มไปด้วยฟีลที่น่ารักขำๆ และสวยงามไปกับผืนป่าสีเขียวที่ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

 

แต่ในขณะเดียวกันที่ช่วงหนึ่งหนังได้พาคนโสดรู้สึกสะใจถึงการตอกหน้าคนมีคู่ที่หวังผลประโยชน์ มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัวที่คู่กันเมื่อรับรู้ถึงทาสแท้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้ว่าหนังจะไม่ได้เล่าอะไรมากก็คงคาดเดาได้ไม่ยากว่า ความสัมพันธ์หลังจากนี้ก็มีความเป็นไปได้ว่าพังทลายลง หรือยอมอยู่ด้วยกันต่อเพื่อไม่ให้เสียหน้าผู้อื่น จุดนี้จะรู้สึกปลงตรงที่การมองหาคู่ในปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่ต้อง มองกันอย่างลึกๆ เข้าไปยันข้างในจนรู้นิสัยกมลสันดานของกันและกัน  

โดยรวมมันเป็นหนังที่ดูง่ายมาก แต่ต้องค่อยๆใช้เวลาเก็บเกี่ยวด้วยการที่หนังมันยาว พาเราไม่พบกับความรู้สึกที่แทบจะจูนกันไม่ได้ อยู่ๆตลกๆ อยู่ๆน่ากลัว กลับมาตลก แล้วช็อคคนดู มันแปลกทั้งความรู้สึกที่หนังพาคนดูให้รู้สึกตามได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ ด้วยความแปลกของมันทำให้มันยังสามารถเก็บเอามาคิดและตราตรึงอยู่ในใจแม้ว่าหนังจะจบไปแล้วก็ตาม บางทีก็แอบนั่งคิดนะว่าสัตว์ที่เป็นกิมมิคเล็กๆที่ประกอบฉากตอมผืนป่านั้นเป็นใครบ้าง บางทีเราก็อยากรู้ที่มาของพวกเขาด้วยเหมือนกัน

 

 

 

"เลือกตามหารักแท้ที่ยั่งยืน หรือ รักจอมปลอมที่รอวันล่มสลาย"

 

The Lobster โสด•เหงา•เป็น•ล็อบสเตอร์

 ฉาย 19 พฤศจิกายน

 

 

edit @ 10 Nov 2015 11:51:28 by Mint Movie

Comment

Comment:

Tweet

embarassed

#1 By ดูหนังบนมือถือ (49.228.147.236) on 2015-11-30 02:23