ปีศาจแสบ..ป่วนวันหรรษ

Krampus

★★★☆☆

 

เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสมักจะนึกถึงบรรยากาศที่สุขสันต์ อบอุ่น ครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่กลับครอบครัวหนึ่งในเรื่องนี้กลับตรงข้ามทุกอย่าง เมื่อวันรวมญาติมิตรสหายไม่ได้ดีงามแบบที่พบกันบ่อยๆตามสื่อทีวี กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่ถูกชะตากัน สิ้นศรัทธาในวันคริสต์มาสดูถูกความเชื่ออันแรงกล้าของเด็กคนหนึ่ง และ นั่นทำให้แครมปัสมีพวกเขาอยู่ในรายชื่อพร้อมจะเดินทางมาเอาตัวพวกเขาไป

 

สำหรับ แครมปัส ผมเองก็ไม่ค่อยรู้ประวัติอะไรมันมากมาย รู้คร่าวๆว่ามันเป็น ตำนานทางแถบยุโรปว่าด้วยปีศาจแห่งวันคริสต์มาสที่จะมาจับตัวเด็กดื้อไป โดยมีสนุนของเขาคอยช่วยเหลือในการลักพาตัว และ เขาเองก็เป็นขั้วตรงข้ามกับซานตาครอสชายแกร่างอ้วนใหญ่ในชุดสีแดง เคราที่ขาวดกหน้า มีจิตใจโอบอ้อมอารี

ซึ่งสิ่งแรกที่ชอบคงเป็นเรื่องการดีไซน์ตัวละครของเหล่า Helper ผู้ช่วยของแครมปัส ที่มีรูปร่างหน้าตาประหลาดจนน่าหลงไหล ไม่ว่าจะแก๊งคุกกี้จอมซน,หุ่นยนต์ของเล่น,ตุ๊กตานางฟ้า,ตุ๊กตาหมีจอมขย้ำ หรือ ตัวนายใหญ่อย่างแครมปัสเองที่เราไม่ค่อยได้เห็นรายละเอียดของเขามากนัก แต่เพียงแค่เงาตะคลุ่มๆบนหลังคา พร้อมเขาแพะที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาก็สร้างความน่าสะพรึ่งและน่าเกรงขามได้ไม่ใช่น้อย และ ชอบปีศาจพวกนี้มากกว่าฝั่งมนุษย์ซะอีกเสียด้วยซ้ำ ซึ่งบางทีก็แอบงงที่ตัวมนุษย์อย่างคุณยายที่พูดอีกภาษานึงแล้วจู่ๆก็มาพูดอีกภาษานึง แล้วก็กลับไปพูดภาษาเดิมต่อ ซึ่งอันนี้พอจะเดาได้จากตัวอย่างหนัง หรือ พี่ชายของพระเอกที่เหมือนจะกลับมาปรับความเข้าใจได้ก็ทำตัวงี่เง่า โวยวายขึ้นมาซะงั้น อาจจะด้วยสถากาณ์ที่ลูกของตัวเองๆค่อยๆถูกจับตัวไป และ สภาพแวดล้อมที่คนแทบจะเสียสติได้ทุกเมื่อ คำว่า "ปีศาจแสบ.." ในชื่อไทยก็คงมาจากเหล่าผู้ช่วยของเขานั่นน่ะแหล่ะ ที่ทั้งแสบสัน ร้ายกาจ และ น่ากลัว

 

 

  

มนุษย์เต็มไปด้วยอารมณ์ที่รัก โลภ โกรธ หลง ไม่มีความคงที่ซึ่งนั่นเป็นธรรมชาติของคนเรา เพียงแต่คนพวกนี้กลับเต็มไปด้วยความน่าปวดหัว โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆของลูกพี่ชายที่มีนิสัยลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะทั้งตามใจมักจะสอนให้ลูกตัวเองนั้นใช้ความรุนแรง หรือการทำอะไรโดยไม่คิดจนผลที่ตามมามีชะตากรรมที่จบไม่สวย แต่ที่น่าจะสื่อได้ชัดเจนถึงความวุ่นวายของมนุษย์มากที่สุดก็น่าจะเป็นฉากเปิดตัวในห้างสรรพสิ้นค้าแห่งหนึ่งที่ผู้คนต่างใช้ความรุนแรง แย่งชิงสิ้นค้ากันอย่างชุลมุน วุ่นวาย บ้าคลั่ง หยิบจับกอบโกยในปริมาณมากๆก่อนจะมาทำหน้าเครียดตอนช่วงจ่ายเงิน สื่อถึงความขาดสติเพียงชั่ววูบ เพราะความโลภเข้าครอบงำ แล้วตบตีแย่งชิงของสิ่งนั้นมา น่าจะเป็นฉากเปิดตัวที่รู้สึกประทับใจกับภาพสถานที่ที่ตกแต่งด้วยธีมคริสมาสในมุมสูงแล้วเห็นคนปริมาณมากๆจนห้างแทบแตกฉุด แย่งยื้อของกัน ซึ่งในขณะที่ แครมปัส กับ ผู้ช่วยของเขา มีเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนนั่นคือการเอาตัวพวกเขาไป มันเลยดูไม่วุ่นวายกว่าว่า ฉันมีเป้าหมายที่จะลงโทษคนพวกนี้ กลุ่มนี้ให้สาสม ด้วยการให้พวกเขาหวาดกลัว สิ้นหวัง ก่อนลากลงไปในนรก

 

หนังพยายามเน้นถึงการเป็นผู้นำ เพื่อเป็นที่พึ่ง และคอยปกป้องผู้อื่น เมื่อทำหน้าที่บกพร่องก็มักจะพบกับอันตรายตามมา และ เชื่อมั่นในศรัทธาแห่งวันคริสต์มาสถ้าไม่อยากอยู่ในรายชื่อของแครมปัส การที่แครมปัสมานั้นมันเหมือนกับว่าเขามากำจัดกลุ่มก้อนที่แทบจะดำสนิท เมื่อความสิ้นหวัง การดูถูกดูหมิ่นวันคริสต์มาสมากพอที่จะอยู่ในสายตา และ เมื่อเขามามันก็สายเกินไปแล้วที่จะแก้ไขในสิ่งที่ได้ทำลงไป 

ใจจริงอยากจะให้หนังจัดเต็มกว่านี้ โดยเฉพาะการโจมตีของเหล่าผู้ช่วยแครมปัส ที่ยังรู้สึกว่ายังดูไม่สุด แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำออกมาได้บันเทิงบ้าบอคอแตกมาก แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ด้วยขอบเขตของมันอยู่ที่ PG-13 มันทำให้ลดความรุนแรงลงเป็นหนังน่ากลัวแบบเด็กๆ ที่ผู้ใหญ่ดู แต่ฉากจบของเรื่องก็นับว่าทำออกมาได้เซอร์ไพส์หลังจากที่ก่อนหน้านี้คิดว่าหนังมันควรจบไปตั้งแต่ตรงนั้นแล้ว นับว่าตรงนี้หนังเล่นคนดูไปอีกตลบ เพียงแต่ว่าภาพรวมของมันอาจจะทำได้ไม่เท่าที่คาดหวังนัก เพราะแอบคิดว่าถ้าหนังใส่ให้ดูผู้ใหญ่ขึ้นไปหน่อย น่าจะช่วยให้หนังมีความน่าติดตามและลุ้นระทึกได้มากกว่านี้

 

 

โดยรวมมันจึงไม่ได้แย่มากแต่ก็ไม่ได้ดีงมากอะไรขนาดนั้นเช่นกัน สำหรับผมเพราะมันมีบรรยากาศ กับ เหล่าปีศาจที่ผมรู้สึกหลงรักพวกมัน เพียงแต่ความน่ารำคานของตัวละครฝั่งมนุษย์กลับทำลายบรรยากาศซะเอง เพราะหนังมีวัตถุดิบที่ดีอย่าง บรรยากาศที่ชวนวังเวง ปีศาจหน้าตาหน้ากลัว หรือว่าตัวผมเองไม่ค่อยได้มีความเชื่อเรื่องวันคริสต์มาสอาจจะไม่อิน? เพราะเนื่องจากไม่ได้ถูกปลูกฝังเรื่องพวกนี้เพราะคนละวัฒนธรรม ทั้งที่ทั้งหมดมี ความเชื่อ เข้ามาเกี่ยวข้อง แครมปัสก็อาจจะเป็นสัญลักษณ์แห่งบาปเพื่อไม่ให้คนเลิกทำความดี เหมือนกับการสอนเรื่องบาปบุญคุณโทษว่าจะส่งผลกับเรายังไงในภายภาคหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุด เหมือนดั่งคำยอดฮิตติดปากว่า

 

"คิดให้รอบคอบก่อนกระทำใดๆลงไป เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่ผ่านมาแล้วได้"

-

-

-

ดูเรื่องนี้ก็พอช่วยคลายสงสัยใน Rare Exports: A Christmas Tale (2010) ได้อยู่บ้างว่าสิ่งที่เจอนั้นคืออะไร แต่เรื่องนั้นก็หนังเด็กๆน่ะแหล่ะ แต่มีโทนที่ดูจริงจังกว่า แค่รู้สึกว่าช่วงท้ายยังแหม่งๆในเรื่องความกล้าหาญที่จู่ๆผุดขึ้นมาซะงั้น ในขณะที่ Krampus จะน่าเบื่อนิดๆในช่วงที่ก่อนแครมปัสจะมา แล้วค่อยสู่อีกโทนที่เป็นเหมือนอีกโลกในอาถรรพ์ของแครมปัสที่กักบริเวณไม่ให้ผู้ใดที่อยู่ในรายชื่อออกไปไหนได้

 

edit @ 5 Dec 2015 21:02:51 by Mint Movie

Comment

Comment:

Tweet